ปิดฉากพรีเมียร์ลีก 2019-2020 ใครสมหวังใครน้ำตาร่วง

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาล 2019-2020 ฟุตบอลลีกที่มีคนเฝ้าชมเฝ้าติดตามมากที่สุดในโลก ฤดูกาลนี้อาจจะเป็นฤดูกาลที่จบช้าที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดไปทั่วโลก อีกทั้งในช่วงท้ายของฤดูกาลยังเป็นการแข่งขันแบบไม่มีผู้ชมในสนามซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกใหม่พอสมควร

สำหรับพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ก็ถือว่ามีสถิติใหม่เกิดขึ้นหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นใช้เวลาในการแข่งขันนานที่สุด 351 วัน, ได้แชมป์ก่อนจบฤดูกาลเร็วที่สุด 7 นัดก่อนจบฤดูกาล แต่ประกาศแชมป์ช้าที่สุดนานถึง 11 เดือน, มีการพักเบรก 100 วันเองจากสถานการณ์โควิด -19, มีการใช้ VAR ตัดสินเป็นฤดูกาลแรก แต่หลายคนมองว่าไม่ใช่ตัวช่วยผู้ตัดสินแต่เป็นการตัดสินแทนผู้ตัดสิน อย่างไรก็ดี หลังการปิดฉากฤดูกาลไปแล้วต่างก็มีทั้งทีมที่สุขสมหวัง และทีมที่ผิดหวังกันไปเรียกได้ว่าลุ้นกันจนนัดสุดท้ายเลยทีเดียว

ลิเวอร์พูลได้แชมป์เร็วก่อนจบฤดูกาล 7 นัด ทำพรีเมียร์กร่อย

สำหรับการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้จบเร็วที่สุด คือ 7 นัดก่อนปิดฤดูกาล ทำให้พรีเมียร์ลีกกร่อยไปพอสมควร แต่ก็โทษใครไม่ได้เนื่องจากแมนเชสเตอร์ซิตี้เป็นคนทำพลาดเสียเองปล่อยให้หงส์แดงลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ง่ายไปหน่อย แต่งานนี้คงเก็บแค้นนี้ไว้ไม่นาน ฤดูกาลหน้าอีกไม่เท่าไหร่คงได้ชำระกันยิ่งแมนฯซิตี้รอดพ้นโทษแบนการซื้อผู้เล่นด้วยแล้ว คงเตรียมสะสมกำลังกลับมาแก้แค้นในฤดูกาลหน้าเป็นแน่แท้ นี่แหละที่เรียกว่าการเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว แต่การรักษาแชมป์นั้นยากกว่า

ศึกลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรปมันหยดถึงนัดสุดท้าย

เรียกได้ว่าเพื่อนไม่เคยทิ้งกันจริง ๆ สำหรับ 3 ทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชลซี และ เลสเตอร์ ที่เมื่อทีมใดมีโอกาสทำแต้มหนีห่างหลังจากคู่แข่งพลาดก็มักจะทำพลาดตาม ๆ กัน จนทำให้ต้องลุ้นกันถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีคิวต้องยกพลไปเยือน จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ เพื่อตัดสินหาทีมที่จะได้ไป เล่นถ้วยยุโรป สุดท้ายก็เป็นปิศาจแดงที่สมหวังชนะเลสเตอร์ไปได้ 0-2 เช่นเดียวกับเชลซีที่ เปิดบ้านเอาชนะวูล์ฟแฮมตัน 2-0 คว้าตั๋วไปเล่นถ้วยใหญ่ของยุโรปได้สำเร็จส่งผลให้เลสเตอร์จะได้สิทธิเพียงแค่ไปเล่นถ้วยยูโรปาลีก กับสเปอร์ในฤดูกาลหน้า

พื้นที่ตกชั้นไม่มีดราม่าใด ๆ

สำหรับกลุ่มตกชั้นนั้น นอริช จับจองสัมปทานไปก่อนแล้ว เหลือให้ 3 ที วัตฟอร์ต บอร์นมัธ แอสตัน วิลล่า ได้ลุ้นกัน และสุดท้าย แอสตัน วิลล่า ที่กุมความได้เปรียบได้เพียงผลเสมอกับ เวสต์แฮม เอาตัวรอดอยู่ในพรีเมียร์ลีกต่อไปได้ ปล่อยให้บอร์นมัธที่อุตส่าห์เอาชนะ เอฟเวอร์ตันถึง 3-1 ตกชั้นไปแบบเจ็บแสบ ส่วนวัตฟอร์ต แพ้อาเซนอล 2-3 ตกชั้นตามไป หลังจากมีปัญหาภายในทีม ปลดกุนซือไนเจล เพียร์สันไป

สำหรับฤดูกาลนี้ที่จบไปก็มีเหตุการณ์หลายสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปก็จะกลายเป็นเหตุการณ์ในอดีตเพียงเท่านั้น วันเวลาก็จะยังคงเดินต่อไปข้างหน้า อีกแค่เพียงไม่กี่อึดในฤดูกาลใหม่ก็จะกลับมาพร้อมกับเรื่องราวใหม่ ๆ ให้เราได้ติดตามกันอีก ขอให้แฟนบอลทุกคนชมฟุตบอลอย่างสนุก อย่าดีใจหรือเสียใจกับผลการแข่งขันของทีมรักมากเกินไป


เกมรุกที่ดีจะทำให้คุณชนะ แต่เกมรับที่ดีจะทำให้คุณเป็นแชมป์

เกมรุกที่ดีจะทำให้คุณชนะ แต่เกมรับที่ดีจะทำให้คุณเป็นแชมป์” หนึ่งในวลีเด็ดจากบรมกุนซือ เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน อดีตกุนซือแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ต้องถือว่าวลีนี้กลายเป็นปรัชญาที่ถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง เนื่องจากความสำเร็จของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในการคุมทีมของท่านเซอร์ อเล็กนั้น มักประกอบด้วยแผงแบ็กโฟร์ชั้นยอด รวมทั้งทีมอื่น ๆ ที่มักจะประสบความสำเร็จทั้งในระดับสโมสรและระดับทีมชาติ ก็มักจะประกอบไปด้วยยอดแบ็คโฟร์เช่นเดียวกัน

แน่นอนว่าฟุตบอลเกมรุกเป็นสิ่งที่แฟนบอลชื่นชอบ เนื่องจากการได้รับชมฟุตบอลที่เล่นด้วยเกมรุกหลากหลาย การใช้ทักษะอันแพรวพราว และการทำประตูจำนวนมาก จะทำให้แฟนบอลได้ตื่นเต้นเร้าใจไปกับเกมฟุตบอล แต่เกมรุกที่ดีเพียงอย่างเดียวก็ไม่อาจทำได้แค่เพียงทำให้ทีมชนะในเกมนั้น แต่มิอาจพาทีมประสบความสำเร็จในระยะยาวได้ เปรียบเสมือนมวยที่เปิดหน้าแรก จบยกก็สะบักสะบอมไปหมด อาจจะไม่มีเรี่ยวแรงให้ชกในยกถัดไปได้ ลองมาดูกันว่าทีมไหนกันบ้างทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติที่ประสบความสำเร็จภายใต้เกมรับที่แข็งแกร่ง

อิตาลีในฟุตบอลโลก 2006

ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดมากกับทีมชาติอิตาลีในฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพ เจ้าของต้นตำรับฟุตบอลแบบคาเตนัชโช่ ต้องบอกว่าอิตาลีเล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่นมากโดยเสียประตูไปแค่ 2 ประตูตลอดทัวร์นาเมนต์ และปัจจัยหลักที่ทำให้เกมรับของอิตาลีแข็งแกร่งปานภูผานั่นคือปราการหลังกับตันทีมฟาร์บิโอ คันนาวาโร่ ซึ่งต้องบอกว่าเมื่อเกมรับของอิตาลีแข็งแกร่งแล้ว เกมรุกก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำประตูเยอะ โดยพวกเขาทำประตูได้ทั้งหมด 12 ประตู ตลอดฤดูกาล อันนำมาซึ่งการคว้าถ้วยแชมป์โลกสมัยที่ 4 ไปครองได้สำเร็จ จนหลายทีมในช่วงเวลานั้น ต่างพากันลอกเลียนฟุตบอลตามแบบฉบับของอิตาลีกันอย่างแพร่หลาย

กรีซสร้างเทพนิยายในยูโร 2004

ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่สร้างเซอร์ไพรซ์ให้วงการฟุตบอลเป็นอย่างมากสำหรับทีมชาติ กรีซของกุนซืออ็อตโต เรอาเกล ในฟุตบอลยูโร 2004 ที่หักปากาเซียนคว้าแชมป์ไปครอง โดยปัจจัยหลักในความสำเร็จของทีมชาติกรีซก็คงหนีไม่พ้นเกมรับที่แข็งแกร่งของพวกเขา โดยในแต่ละเกมในรอบน็อกเอาท์พวกเขาเอาชนะคู่แข่งด้วยสกอร์ 1-0 จนได้แชมป์ยูโรไปครองสร้างความชอกช้ำให้เจ้าภาพโปรตุเกสที่เล่นเกมรุกตื่นเต้นสวยงาม

เชลซีในยุคของมูรินโย่

เมื่อพูดถึงระดับสโมสรทีมที่เล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่นจนประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัดก็คงเป็นเชลซี ในยุคของโชเซ่ มูรินโย่ กุนซือชาวโปรตุเกสที่ใช้แท็คติคเน้นเกมรับและเน้นผลการแข่งขันเป็นหลัก ซึ่งอาจจะไม่ถูกใจแฟนบอลหลาย ๆ คนรวมถึงเจ้าของสโมสรอีกด้วย โดยปัจจัยที่ทำให้เกมรับของเชลซีในยุคมูรินโย่แข็งแกร่งคงหนีไม่พ้น ปราการหลังกัปตันทีม จอห์น เทอร์รี่ ที่เด่นทั้งเกมรับและมักจะขึ้นไปทำประตูจากลูกโหม่งได้อีกด้วย

ลิเวอร์พูลชุดแชมป์พรีเมียร์ลีก 20192020

ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ สำหรับแชมป์ใหม่ป้ายแดงอย่างหงส์แดงลิเวอร์พูล ซึ่งต้องบอกว่าปัจจัยความสำเร็จในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองได้ก็คงหนีไม่พ้นเกมรับที่แข็งแกร่ง โดยพวกเขาเสียประตูเพียงแค่ 33 ประตู ส่วนประตูที่ทำได้ต้องบอกว่าน้อยกว่าทีมรองแชมป์อย่างแมนเชสเตอร์ซิตี้อยู่หลายประตู ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเกมรับที่ดีจึงสำคัญสำหรับทีมที่จะเป็นแชมป์อย่างมาก

ในโลกฟุตบอลปัจจุบันแท็คติกต่าง ๆ อาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและแนวคิดของบรรดากุนซือของแต่ละทีม แต่สำหรับทีมที่ต้องการจะชนะก็ย่อมที่จะต้องมีเกมรุกที่ดุดัน ทำประตูคู่แข่งได้ แต่ก็ต้องมีเกมรับที่แข็งแกร่งไว้ใจได้เช่นเดียวกัน เพื่อชดเชยในวันที่เกมรุกอย่างเดียวอาจจะทำประตูไม่ได้เป็นกอบเป็นกำ ปรัชญาของบรมกุนซือ เซอร์อเล็กเฟอร์กูสันที่ว่า เกมรุกที่ดีจะทำให้คุณชนะ แต่เกมรับที่ดีจะทำให้คุณเป็นแชมป์” น่าจะยังคงอยู่ไปกับโลกฟุตบอลอีกนานแสนนาน


ส่องอนาคตเหล่าแข้งสำรองแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หลังช่วงพักเบรกหนีโควิด -19 ถือว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดโชว์ฟอร์มได้ดีเลยทีเดียว และโอเล กุนน่า โซลชาสามารถหาผู้เล่น 11 ตัวจริงได้แล้ว จากการมาของบรูโน่เฟอร์นันด์ และการหายเจ็บกลับมาของพอล ป็อกบา อีกทั้งการโชว์ฟอร์กระฉูดของเจ้าหนู เมสัน กรีนวู้ด ทำให้เหล่าบรรดาตัวผู้เล่นสำรองคนอื่น ๆ ที่ก่อนหน้านี้ผลัดกันลงสนามพร้อมกับเสียงด่าของเหล่าแฟนบอล แทบจะไม่มีอนาคตกับทีมเลยทีเดียว และเมื่อถึงช่วงปิดฤดูกาลรวมทั้งการเปิดตลาดซื้อขายลองมาดูว่าเหล่าผู้เล่นสำรองของแมนฯยู ใครจะยังยู่กับทีมต่อไปหรือใครจะมีโอกาสย้ายไปร่วมทีมใหม่บ้างลองมาวิเคราะห์กัน

เซอร์คิโอ โรเมโร่

ผู้รักษาประตูสำรองชาวอาเจนติน่า ที่ถือว่าเป็นมือกาวชั้นดี เป็นที่ไว้ใจทุกครั้งเมื่อมีโอกาสลงเฝ้าเสาให้แมน ฯ ยู ต้องถือว่าเค้ามีความอดทนมากในการเป็นมือสองในถิ่นโอลเทรฟฟอร์ด แม้ในขณะที่เดวิด เดเกอา ฟอร์มตก เขาก็ยังไม่ได้รับโอกาส รวมถึงมีข่าวที่จะดึงทางด้านดีน เอนเดอร์สันกลับมาแย่งชิงตำแหน่งกับเดเกอา และประกอบกับขณะนี้เขาได้รับความสนใจจากลีดส์ ยูไนเต็ดทีมใหม่ป้ายแดงในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้า เชื่อว่าถ้าเป็นความจริงก็คงถึงเวลาที่โรเมโร่จะออกไปเป็นมือ 1 กับทีมอื่นได้แล้ว แม้นว่าหลายคนจะเสียดายในความสามารถเขาก็ตาม

ฆวน มาต้า

เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นทำให้แทบไม่เหลือความเร็วหรือความคล่องตัวของมาต้าให้เห็นมานานแล้ว ประกอบกับสไตล์การเล่นที่ดูจะขัดตาขัดใจแฟนผีหลาย ๆ คนกับการที่ชอบม้วน ชอบจ่ายบอลสั้น ๆ ที่แทบจะไม่มีประโยชน์ อีกทั้งเมื่อได้รับคำสั่งให้เล่นปีกขวาก็ไม่เคยที่จะอยู่ในตำแหน่งปีกขวาเลย อีกทั้งฟอร์มของเมสัน กรีนวู้ดที่พุ่งขึ้นมา กับการมาของ บรูโน่ ทำให้น่าจะไม่มีที่ว่างสำหรับมาต้าแล้ว โดยปัจจุบันมาต้าอายุ 33 ปี เหลือสัญญากับแมนฯยูฯถึงปี 2021 ทำให้มีโอกาสไม่น้อยที่มาต้าจะเป็นอีก 1 คนที่จะลาปีศาจแดงไป โดยทีมที่มีข่าวสนใจได้แก่ เฟเนห์บาเช

ดีเอโก้ ดาโลต์

ฟูลแบ็กวัย 21 ปี แทบจะไม่มีโอกาสได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้เลย แม้กระทั่งในช่วงที่ลุค ชอร์ และ แบรนดอน วิลเลี่ยมบาดเจ็บ หลายฝ่ายมองว่าน่าจะถึงคิวของดาโลต์ แต่โซลชากลับเลือกใช้งานทีโมที โฟซูเมนซ่าแทนเขา จึงเป็นคำถามว่าอนาคตของดาโลต์จะเป็นอย่างไรต่อไปจะยังคงอยู่ในแผนการทำทีมของโซลชาหรือไม่ แต่เนื่องด้วยอายุที่ยังน้อย ต้นสังกัดอาจจะปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวเพื่อพิสูจน์ความสามารถอีกซัก 1 ฤดูกาลก็ไม่น่าเกลียดอะไร

เจสซี่ ลินการ์ด

เลือดเนื้อเชื้อไขของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอย่างแท้จริง และดูเหมือนจะมีแววโชว์ฟอร์มได้ดี แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนจะไม่เข้าที่เข้าทางและคงพัฒนาไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว แต่ถึงอย่างไรบุคลิกในสนามของเขายังคงมีความมุ่งมั่นตั้งใจและทุ่มเททุกวินาทีที่ลงเล่นให้กับปีศาจแดง เห็นตัวอย่างได้ชัดในเกมสุดท้ายกับเลสเตอร์ ซิตี้ ที่เขาวิ่งไปบีบผู้รักษาประตูคู่แข่งจนสามารถทำประตูได้ จังหวะแบบนี้คงหาจากผู้เล่นคนอื่นไม่ได้อีกแล้ว ถ้าตั้งสมาธิ เรียกความมั่นใจกลับมาดี ๆ เขาน่าจะเป็นตัวสำรองที่ดีของทีมได้ จึงเชื่อว่า กุนซือโซลชาน่าจะยังเก็บเขาไว้ใช้งานต่อไป

อันเดรส เปเรยร่า

นักเตะลูกหม้อของทีมอีกคนและเป็นมิดฟิลด์เลือดแซมบ้า ที่แทบจะไม่เคยเห็นลีลาแซมบ้าในตัวเขาเลย โดยที่แมน ฯ ยู เคยปล่อยตัวเขาไปหาประสบการณ์กับทีมระดับลาลีกา อย่างบาเลนเซียเพื่อที่จะหวังใช้ประโยชน์จากตัวเขา แต่เมื่อเรียกตัวกลับมาใช้งานก็ไม่สามารถหวังพึ่งพาเขาได้เลย และเชื่อว่าคงหมดโอกาสสำหรับเปเรยร่าแล้ว และทีมคงหาทางที่จะขายตัวเขาออกไป บางทีเปเรยร่าอาจจะไปประสบความสำเร็จกับทีมอื่นก็ได้

เห็นได้ชัดในยุคของเซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดประสบความสำเร็จจากตัวจริงที่แข็งแกร่งและเหล่าตัวสำรองที่มีทีเด็ด ซึ่งแน่นอนทีมที่ดีต้องมีตัวสำรองที่พร้อมจะลงมาเพื่อพลิกสถานการณ์ให้กับทีมได้ จุดนี้โซลชาน่าจะรู้ดี เพราะเขาก็เคยเป็นตัวสำรองชั้นยอดของปีศาจแดงเช่นกัน และเชื่อว่าในฤดูกาลหน้าโซลชาคงจะเร่งสร้างขุมกำลังที่มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเพื่อสู้ศึกในทุกรายการ