เกมรุกที่ดีจะทำให้คุณชนะ แต่เกมรับที่ดีจะทำให้คุณเป็นแชมป์

เกมรุกที่ดีจะทำให้คุณชนะ แต่เกมรับที่ดีจะทำให้คุณเป็นแชมป์” หนึ่งในวลีเด็ดจากบรมกุนซือ เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน อดีตกุนซือแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ต้องถือว่าวลีนี้กลายเป็นปรัชญาที่ถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง เนื่องจากความสำเร็จของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในการคุมทีมของท่านเซอร์ อเล็กนั้น มักประกอบด้วยแผงแบ็กโฟร์ชั้นยอด รวมทั้งทีมอื่น ๆ ที่มักจะประสบความสำเร็จทั้งในระดับสโมสรและระดับทีมชาติ ก็มักจะประกอบไปด้วยยอดแบ็คโฟร์เช่นเดียวกัน

แน่นอนว่าฟุตบอลเกมรุกเป็นสิ่งที่แฟนบอลชื่นชอบ เนื่องจากการได้รับชมฟุตบอลที่เล่นด้วยเกมรุกหลากหลาย การใช้ทักษะอันแพรวพราว และการทำประตูจำนวนมาก จะทำให้แฟนบอลได้ตื่นเต้นเร้าใจไปกับเกมฟุตบอล แต่เกมรุกที่ดีเพียงอย่างเดียวก็ไม่อาจทำได้แค่เพียงทำให้ทีมชนะในเกมนั้น แต่มิอาจพาทีมประสบความสำเร็จในระยะยาวได้ เปรียบเสมือนมวยที่เปิดหน้าแรก จบยกก็สะบักสะบอมไปหมด อาจจะไม่มีเรี่ยวแรงให้ชกในยกถัดไปได้ ลองมาดูกันว่าทีมไหนกันบ้างทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติที่ประสบความสำเร็จภายใต้เกมรับที่แข็งแกร่ง

อิตาลีในฟุตบอลโลก 2006

ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดมากกับทีมชาติอิตาลีในฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพ เจ้าของต้นตำรับฟุตบอลแบบคาเตนัชโช่ ต้องบอกว่าอิตาลีเล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่นมากโดยเสียประตูไปแค่ 2 ประตูตลอดทัวร์นาเมนต์ และปัจจัยหลักที่ทำให้เกมรับของอิตาลีแข็งแกร่งปานภูผานั่นคือปราการหลังกับตันทีมฟาร์บิโอ คันนาวาโร่ ซึ่งต้องบอกว่าเมื่อเกมรับของอิตาลีแข็งแกร่งแล้ว เกมรุกก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำประตูเยอะ โดยพวกเขาทำประตูได้ทั้งหมด 12 ประตู ตลอดฤดูกาล อันนำมาซึ่งการคว้าถ้วยแชมป์โลกสมัยที่ 4 ไปครองได้สำเร็จ จนหลายทีมในช่วงเวลานั้น ต่างพากันลอกเลียนฟุตบอลตามแบบฉบับของอิตาลีกันอย่างแพร่หลาย

กรีซสร้างเทพนิยายในยูโร 2004

ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่สร้างเซอร์ไพรซ์ให้วงการฟุตบอลเป็นอย่างมากสำหรับทีมชาติ กรีซของกุนซืออ็อตโต เรอาเกล ในฟุตบอลยูโร 2004 ที่หักปากาเซียนคว้าแชมป์ไปครอง โดยปัจจัยหลักในความสำเร็จของทีมชาติกรีซก็คงหนีไม่พ้นเกมรับที่แข็งแกร่งของพวกเขา โดยในแต่ละเกมในรอบน็อกเอาท์พวกเขาเอาชนะคู่แข่งด้วยสกอร์ 1-0 จนได้แชมป์ยูโรไปครองสร้างความชอกช้ำให้เจ้าภาพโปรตุเกสที่เล่นเกมรุกตื่นเต้นสวยงาม

เชลซีในยุคของมูรินโย่

เมื่อพูดถึงระดับสโมสรทีมที่เล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่นจนประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัดก็คงเป็นเชลซี ในยุคของโชเซ่ มูรินโย่ กุนซือชาวโปรตุเกสที่ใช้แท็คติคเน้นเกมรับและเน้นผลการแข่งขันเป็นหลัก ซึ่งอาจจะไม่ถูกใจแฟนบอลหลาย ๆ คนรวมถึงเจ้าของสโมสรอีกด้วย โดยปัจจัยที่ทำให้เกมรับของเชลซีในยุคมูรินโย่แข็งแกร่งคงหนีไม่พ้น ปราการหลังกัปตันทีม จอห์น เทอร์รี่ ที่เด่นทั้งเกมรับและมักจะขึ้นไปทำประตูจากลูกโหม่งได้อีกด้วย

ลิเวอร์พูลชุดแชมป์พรีเมียร์ลีก 20192020

ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ สำหรับแชมป์ใหม่ป้ายแดงอย่างหงส์แดงลิเวอร์พูล ซึ่งต้องบอกว่าปัจจัยความสำเร็จในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองได้ก็คงหนีไม่พ้นเกมรับที่แข็งแกร่ง โดยพวกเขาเสียประตูเพียงแค่ 33 ประตู ส่วนประตูที่ทำได้ต้องบอกว่าน้อยกว่าทีมรองแชมป์อย่างแมนเชสเตอร์ซิตี้อยู่หลายประตู ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเกมรับที่ดีจึงสำคัญสำหรับทีมที่จะเป็นแชมป์อย่างมาก

ในโลกฟุตบอลปัจจุบันแท็คติกต่าง ๆ อาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและแนวคิดของบรรดากุนซือของแต่ละทีม แต่สำหรับทีมที่ต้องการจะชนะก็ย่อมที่จะต้องมีเกมรุกที่ดุดัน ทำประตูคู่แข่งได้ แต่ก็ต้องมีเกมรับที่แข็งแกร่งไว้ใจได้เช่นเดียวกัน เพื่อชดเชยในวันที่เกมรุกอย่างเดียวอาจจะทำประตูไม่ได้เป็นกอบเป็นกำ ปรัชญาของบรมกุนซือ เซอร์อเล็กเฟอร์กูสันที่ว่า เกมรุกที่ดีจะทำให้คุณชนะ แต่เกมรับที่ดีจะทำให้คุณเป็นแชมป์” น่าจะยังคงอยู่ไปกับโลกฟุตบอลอีกนานแสนนาน